วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

อนุทินที่ 3

แบบฝึกหัดทบทวน
เมื่อนักศึกษาได้ศึกษาบทเรียนนี้แล้วจงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง

1. ใครเป็นผู้ขอพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับแรกและมีเหตุผลอย่างไร และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาเป็นอย่างไร อธิบาย
ตอบ     ผู้รับสนองพระบรมราชโองการคือ พระยามโนปกรณนิติธาดา 
                เหตุผลผู้ขอพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามถือเป็นฉบับแรกคณะราษฎร์เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยได้กล่าวไว้ว่า บัดนี้การศึกษาสูงขึ้นแล้วมีข้าราชการประกอบด้วยวุฒิปรีชาในรัฐาภิปาลนโยบายสามารถนา ประเทศของตน ในอันที่จะก้าวหน้าไปสู่สากล   อารยธรรมแห่งโลกโดยสวัสดีสมควรแล้วที่จะพระราชทานพระบรมวโรกาส ให้ข้าราชการและประชาชนของพระองค์ได้มีส่วนมีเสียงตามความเห็นดีเห็นชอบในการจรรโลงประเทศสยามให้วัฒนาการในภายภาคหน้า
                ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา  หมวด 2 สิทธิและหน้าที่ของชนชาวสยาม มาตรา 14 ภายในบังคับแห่งกฎหมายบุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ภายในร่างกายเคหสถาน ทรัพย์สิน การพูด การเขียน การโฆษณา การศึกษาอบรม การประชุมโดยเปิดเผย การตั้งสมาคม การอาชีพ (ราชกิจจานุเบกษา, 2475,536)

2.แนวนโยบายแห่งรัฐในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของรัฐธรรมนูญฯ พุทธศักราช 2492 ได้กำหนดอย่างไร อธิบาย
ตอบ        หมวด 5 แนวนโยบายแห่งรัฐ ที่เกี่ยวขอ้งกบัการศึกษา
มาตรา 62 การศึกษาอบรมพึงมีจุดประสงค์ที่จะให้ชนชาวไทยเป็นพลเมืองดีมีร่างกายแข็งแรงและอนามัยสมบูรณ์ มีความรู้ความสามารถที่จะประกอบอาชีพ และมีจิตใจเป็นนักประชาธิปไตย
                มาตรา 63 รัฐพึงส่งเสริมและบำรุงการศึกษาอบรม การจัดระบบการศึกษาอบรมเป็นหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะสถานศึกษาทั้งปวงย่อมอยู่ภายในการควบคุมดูแลของรัฐ การศึกษาอบรมชั้นอุดมศึกษา รัฐพึงจัดการให้สถานศึกษาดำเนินกิจการของตนเองได้ภายในขอบเขตที่กฎหมายบัญญัติ
                มาตรา 64 การศึกษาอบรมชั้นประถมศึกษาในสถานศึกษาของรัฐและของเทศบาลจะต้องจัดให้โดยไม่เก็บค่าเล่าเรียน รัฐพึงช่วยเหลือให้มีอุปกรณ์การศึกษาอบรมตามสมควร
มาตรา65 รัฐพึงสนับสนุนการค้นคว้าในทางศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์(ราชกิจจานุเบกษา, 2492, 25-27)

3.เปรียบเทียบแนวนโยบายแห่งรัฐประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของรัฐธรรมนูญฯพุทธศักราช 2511 พุทธศักราช 2517 และ พุทธศักราช 2521 เหมือนหรือต่างกันอย่างไรอธิบาย
ตอบ        มีความเหมือนกัน  คือ  รัฐส่งเสริมและบำรุงการศึกษาอบรมและการฝึกอบรมตามความ  และการจัดระบบการศึกษาอบรมของสถานศึกษาทั้งหมดเป็นหน้าที่ของรัฐและมอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของรัฐ   รัฐช่วยเหลือผู้ยากไร้ให้ได้รับทุนและปัจจัยต่างๆ ในการศึกษาอบรมและการฝึกอาชีพ   รัฐสนับสนุนการวิจัยในศิลปะและวิทยาการต่างๆ และส่งเสริมการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการพัฒนาประเทศ  การศึกษาอบรมชั้นอุดมศึกษา รัฐจัดการให้สถานศึกษาดำเนินกิจการของตนเองได้ภายในขอบเขตที่กฎหมายบัญญัติ

4. ประเด็นที่ 1 รัฐธรรมนูญฯ พุทธศักราช 2475-2490    ประเด็นที่ 2 รัฐธรรมนูญฯ พุทธศักราช 2492-2517 ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเหมือนหรือต่างกันอย่างไร อธิบาย
ตอบ        มีความแตกต่างกัน  คือ      รัฐธรรมนูญฯ พุทธศักราช 2475-2490  มีประเด็นทีเกี่ยวข้องกับการศึกษาเพียงมาตราเดียวเท่านั้น  นั่นคือ มาตรา 14 ภายในบังคับแห่งกฎหมายบุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ภายในร่างกายเคหสถาน ทรัพย์สน การพูด การเขียน การโฆษณา การศึกษาอบรม การประชุมโดยเปิดเผย การตั้งสมาคม การอาชีพ (ราชกิจจานุเบกษา, 2475, 536)
แต่รัฐธรรมนูญฯ พุทธศักราช 2492-2517 มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาหลายมาตารา  นั่นคือ      มาตรา 62 การศึกษาอบรมพึงมีจุดประสงค์ที่จะให้ชนชาวไทยเป็นพลเมืองดี มีร่างกายแข็งแรงและอนามัยสมบูรณ์ มีความรู้ความสามารถที่จะประกอบอาชีพ และมีจิตใจเป็นนักประชาธิปไตย   มาตรา 63 รัฐพึงส่งเสริมและบำรุงการศึกษาอบรม การจัดระบบการศึกษาอบรมเป็นหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะสถานศึกษาทั้งปวงย่อมมอยู่ภายในการควบคุมดูแลของรัฐ การศึกษาอบรมชั้นอุดมศึกษา รัฐพึงจัดการให้สถานศึกษาดำ เนินกิจการของตนเองได้ภายในขอบเขตที่กฎหมายบัญญัติ  มาตรา 64 การศึกษาอบรมชั้นประถมศึกษาในสถานศึกษาของรัฐและของเทศบาลจะต้องจัดให้โดยไม่เก็บค่าเล่าเรียน รัฐพึงช่วยเหลือให้มีอุปกรณ์การศึกษาอบรมตามสมควร มาตรา65 รัฐพึงสนับสนุนการค้นคว้าในทางศิลปะศาสตร์และวิทยาศาสตร์
ดังนั้นจะเห็นได้ชัดว่ามีความแตกต่างกัน  โดยรัฐธรรมนูญฯ พุทธศักราช 2475-2490   กล่าวถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาไม่มากหนัก เพียงแค่กำหนดสิทธิและเสรีภาพการพูด การเขียน การศึกษาอบรม การประชุมโดยเปิดเผย การตั้งสมาคม การอาชีพ   แต่รัฐธรรมนูญฯ พุทธศักราช 2492-2517 มีประเด็นทีเกี่ยวข้องกับการศึกษามากมาย  ซึ่งนี้ก็แสดงให้เห็นว่าในช่วง พุทธศักราช 2492-2517  จะให้ความสำคัญในเรื่องของการศึกษามากกว่าในช่วง พุทธศักราช 2475-2490   

5.ประเด็นที่ 3 รัฐธรรมนูญฯ พุทธศักราช 2521-2534 ประเด็นที่ 4 รัฐธรรมนูญฯ พุทธศักราช 2540-2550 ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเหมือนหรือต่างกันอย่างไร อธิบาย
ตอบ        แตกต่างกัน  คือ  รัฐธรรมนูญฯ พุทธศักราช 2521-2534  รัฐทำหน้าที่ส่งเสริมและบำรุงการศึกษาและสถานศึกษาทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ โดยรัฐมีการช่วยเหลือผู้ยากไร้ให้ได้รับทุนในการศึกษา  และสำหรับการศึกษาภาคบังคับในสถานศึกษาของรัฐและท้องถิ่นจัดให้โดยไม่เก็บค่าเล่าเรียน  แต่รัฐธรรมนูญฯ พุทธศักราช 2540-2550  ได้มีวิวัฒนาการเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่เสรีภาพ การศึกษาอบรม ให้กับเด็กและเยาวชนให้เป็นผู้มีความสมบรูณ์ทั้งทางร่างกายจิตใจ สติปัญญา คุณธรรมจริยธรรม โดยมีแนวทางในการจัดการศึกษา รัฐจะต้องจัดการศึกษาและสนับสนุนให้เอกชนจัดการศึกษาอบรมให้เกิดความรู้คู่คุณธรรมเช่นกัน และจัดการศึกษาภาคบังคับให้เข้ารับการศึกษาอบรมโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย สำหรับ
การศึกษาภาคบังคับ ต่อมาได้เพิ่มเติมจัดการศึกษาขั้น พื้นฐาน ไม่น้อยกว่า 12 ปีรัฐจะต้องจัดอย่าง
ทั่วถึงและมีคุณภาพ พร้อมทั้งจัดให้มีกฎหมายการศึกษาแห่งชาติหรือเรียกชื่อว่า พระราชบัญญัติ
การศึกษาแห่งชาติขึ้น  

6. เหตุใดรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับจะต้องระบุในประเด็นที่รัฐจะต้องจัดการศึกษาอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง อธิบาย
ตอบ        เพราะ ในสังคมมีบุคคลหลากหลายรูปแบบ ซึ่งอาจมีความแตกต่างกันทั้งทางด้านฐานะ  ร่างกาย  สิ่งแวดล้อม  แต่บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษา  ทำให้รัฐต้องกำหนดนโยบายในการส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคคลได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน

7.  เหตุใดรัฐจึงต้องกำหนด บุคคลมีหน้าที่รับการศึกษาอบรมตามเงื่อนไขและวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ  จงอธิบาย หากไม่ปฏิบัติจะเกิดอะไรขึ้น
ตอบ        จาก รัฐธรรมนูญฯ พุทธศักราช 2550  หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของชาวไทย  มาตรา 50 บุคคลย่อมมีเสรีภาพในทางวิชาการ การศึกษาอบรม การเรียนการสอน การวิจัย และการเผยแพร่งานวิจัยตามหลักวิชาการย่อมได้รับการคุ้มครองทั้งนี้ไม่ขัด ต่อหน้าที่ของพลเมืองหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
                ซึ่งบุคคลที่ปฏิบัติตามเงื่องไขหรือตามทีกฎหมายบัญญัติจะได้รับการคุ้มครอง  แต่บุคคลทีไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจะไม่ได้รับการคุ้มครอง

8. การจัดการศึกษาที่เปิดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาหากเราพิจารณารัฐธรรมนูญมีฉบับใดบ้างที่ให้องค์กรส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วม และถ้าเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมมากขึ้นท่านคิดว่าเป็นอย่างไรจงอธิบาย      
ตอบ        รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550   รัฐส่งเสริมสนับสนุนการกระจายอำนาจ เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นชุมชนองค์กรต่างๆ มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
ในการเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมมากขึ้น  ทำให้เป็นการพัฒนามาตรฐานคุณภาพการศึกษาให้เท่าเทียมกัน  บุคคลจะได้รับการศึกษาทั่วถึงมากยิ่งขึ้น 

9. เหตุใดการจัดการศึกษา รัฐต้องคุ้มครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน ส่งเสริมความเสมอภาคทั้งหญิงและชายพัฒนาความเป็นปึกแผ่นของครอบครัว และความเข้มแข็งของชุมชน สังเคราะห์ผู้ยากไร้ ผู้พิการหรือทุพพลภาพและผู้ด้อยโอกาส จงอธิบาย
ตอบ        เพราะ   แต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน  แตกต่างทางฐานะ  ร่างกาย  บุคลิกภาพ เพศ วัย   แต่บุคคลทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน  ดังนั้นการทีกฎหมายได้กำหนดเพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชน  ผู้ยากไร้  ผู้พิการ  ทุพพลภาพ  เพื่อให้บุคคลทุกคนได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน

10. ผลการจัดการศึกษาที่ผ่านมาของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มีผลต่อการพัฒนาประเทศอย่างไรบ้าง จงอธิบาย
ตอบ        มีผลต่อการพัฒนา  การศึกษาไทยในปัจจุบัน มีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนระดับต่ำมากในทุกกลุ่ม โดยเฉพาะความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ มีวิจารณญาณและความคิดสร้างสรรค์ มีคุณภาพระดับต่ำ ส่วนผลการประเมินของผู้ตรวจราชการ พบว่า โครงสร้างการบริหารการศึกษาในส่วนกลาง ยังขาดการประสานเชื่อมโยงนโยบายและยุทธศาสตร์ ส่วนภูมิภาคพบว่าผู้แทนกระทรวงในจังหวัดยังไม่ชัดเจน การกระจายอำนาจไม่เป็นไปตามกฎหมาย ที่สำคัญครูจำนวนมากยังสอนแบบเดิม ขาดความรู้ในเนื้อหาวิชาและทักษะการจัดการเรียนการสอน โดยเฉพาะครูในโรงเรียนขนาดเล็กขาดโอกาสพัฒนามาก เพราะไม่สามารถทิ้งห้องเรียนได้ การติดตามผลยังไม่เข้มแข็ง ไม่ได้ถูกนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ทางการศึกษา 
                นโยบายระดับประเทศ จะเห็นได้ว่า รัฐบาลหลายยุคยังให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษาในระดับรองเมื่อเทียบกับปัญหาด้านอื่นๆ ความจริงแล้วเรื่องการศึกษาถือว่าเป็นปัญหาที่สำคัญและเร่งด่วนของประเทศ ซึ่งมีข้อที่น่าสังเกตว่าผู้ที่จะมารับผิดชอบกำกับดูแลการศึกษาของชาติกลับกลายเป็นว่าไม่ได้เป็นบุคคลที่มีความรู้มีความเข้าใจงานด้านการศึกษา หรือมีความรู้และประสบการณ์ทางด้านการศึกษาไม่มากนัก แต่เมื่อมารับผิดชอบงานทางด้านการศึกษากลับไม่สามารถกำกับดูแล และกำหนดนโยบายด้านการศึกษาให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย และนโยบายการศึกษาของชาติได้ ดังนั้น จึงส่งผลกระทบต่อการปฏิรูปการศึกษาและแนวทางการปฏิบัติกับบุคลากรทางการศึกษา ทั้งๆที่ในวงการศึกษามีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถอย่างมากมาย        


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น