วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2559

อนุทินที่ 7

แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ.2545-2559)

1.จงบอกสภาพปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบันว่ามีอะไรบ้างและท่านมีแนวคิดในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างไร
ตอบ  ประชากร  การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างของประชากรของประเทศไทย กล่าวคือ จำนวนประชากรไทยในวัยสูงอายุจะมีจำนวนมากขึ้น  ขณะที่แนวโน้มของประชากรในวัยเรียนวัยเรียนอายุ  3-24  ปี อยู่ในภาวะคงที่หรือลดลง ทำให้สังคมไทยก้าวสู่สังคมสูงอายุใน 25 ปีข้างหน้า      ความไม่พร้อมของเด็กปฐมวัยส่วนหนึ่ง  มีสาเหตุสำคัญจากสภาพทุพโภชนาการ ภาวะทุพโภชนาการและการขาดแคลนอาหารมีผลต่อการพัฒนาการทางสมองและร่างกายของเด็กไทยจนถึงขั้นพิการได้  โดยภาวะทุพโภชนาการและการขาดแคลนอาหารเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กไทยร้อยละ 40 หรือ 4 คนใน 10 คน  มีสติปัญญาต่ำกว่าวัย  ประชากรวัยการศึกษาขั้นพื้นฐาน  การจัดการศึกษาไม่ทั่วถึง  ด้อยคุณภาพและประสิทธิภาพ  การจัดให้บริการทางการศึกษายังไม่สม่ำเสมอและทั่วถึง  โดยเฉพาะบุคคลต่างๆ ได้แก่   บุคคลซึ่งมีความบกพร่องทางร่างกาย  จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสารและการเรียนรู้ หรือมีร่างกายพิการ หรือทุพลภาพ หรือบุคคลซึ่งไม่สามารถพึ่งตนเองได้ หรือด้อยโอกาส รวมถึงบุคคลซึ่งมีความสามรถพิเศษที่ไม่ได้รับการศึกษา  รวมถึงปัญหาด้านการลงทุนที่ยังมีข้อจำกัดกับความสูญเปล่าทางการศึกษา  นอกจากนั้น ปัจจัยภายนอกซี่งมีผลกระทบต่อกลุ่มเด็กในปัจจุบัน เช่น ยาเสพติด ความยากจน ทุพโภชนาการ  ความยากจนที่มีอยู่ในครอบครัวของเด็กกลุ่มวัยการศึกษาขั้นพื้นฐาน  เป็นปัญหาและอุปสรรคสำคัญอีกประการหนึ่งของเด็กกลุ่มนี้ ที่ทำให้เด็กขาดความสามารถในการเข้าถึงบริการการศึกษาและสถานศึกษาที่รัฐจัดดำเนินการให้  ประชากรในกลุ่มวัยกำลังแรงงาน ประชากรวัยแรงงานที่ไม่มีงานทำอยู่ถึงร้อยละ 4  ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตและการดำรงชีพของประชาชนไทยโดยทั่วไป ยังทำให้เกิดภาวการณ์ว่างงานอย่างรุนแรงขึ้นอีกด้วย มีผู้ตกงานเพิ่มมากขึ้น เกิดการอพยพแรงงานกลับไปสู่ชนบทเป็นจำนวนมาก
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  การพัฒนาประเทศให้ก้าวเข้าสู่สังคมกึ่งอุตสาหกรรม ทำให้ทรัพยากรที่ดินทางการเกษตร ทรัพยากรน้ำ และทรัพยากรพลังงาน ถูกใช้ไปอย่างไร้ประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดความสูญเสีย และสร้างปัญหามลพิษต่อภาวะแวดล้อมทั้งในเขตเมืองและเขตชนบท ก่อให้เกิดความไม่สมดุลของระบบนิเวศน์และความหลากหลายทางชีวภาพ ความสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อมที่ดีส่วนอย่างสำคัญนำไปสู่ความขัดแย้งทางสังคมมากขึ้น และเป็นการชี้ให้เห็นถึงลักษณะของความไร้ประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
สภาพการณ์ในชุมชนนานาชาติ  สภาพการณ์การเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัยของโลกาภิวัฒน์ที่ชุมชนนานาชาติจะต้องปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อจัดการกับโลกาภิวัตน์ ที่มีความซับซ้อนและมีโยงใยเกี่ยวข้องกันอย่างลึกซึ้งในอนาคต มีระเบียบใหม่ของโลกทั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ  ประเทศไทยในฐานะสมาชิกของชุมชนนานาชาติ  จะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องผูกพันกับระเบียบใหม่ขององค์กรและสถาบันระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นเหล่านี้ มีความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนกลไกของประเทศให้สอดคล้องและสอดรับกับระเบียบใหม่ที่เกิดขึ้น
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี   เหตุจากการวิจัยและพัฒนา ทำให้ประเทศไทยต้องพึ่งพาการซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งการวิจัยและพัฒนาที่ดำเนินการโดยรัฐมีจุดอ่อนเรื่องความเชื่อมโยงกับปัญหา  และไม่สนองความต้องการของผู้ใช้ในภาคเอกชน กับยังมีความขาดแคลนนักวิจัยที่มีคุณภาพและการบริหารและการจัดการที่ดี  ทำให้ไม่สามารถพัฒนานวัตกรรมของตนเองได้ เป็นมูลเหตุหนึ่งที่ไม่ได้ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน เนื่องมาจากความอ่อนด้อยในฐานความรู้และการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  หากปล่อยให้สภาพเช่นนี้ดำรงอยู่ในอนาคต ประเทศไทยจะต้องประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจและสังคมมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่
การเมือง เศรษฐกิจ และสังคม พัฒนาการรูปแบบทางการเมืองที่ทำให้สังคมไทยเป็นสังคมเปิดกว้างมากขึ้น จึงทำให้ได้รับผลจากอิทธิพลของการเปลี่ยนแปลงในระบบเศรษฐกิจโลกที่มีความเปลี่ยนแปลงสลับซับซ้อนและเชื่อมโยงกันมากขึ้น ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและภัยคุกคามต่อการพัฒนาประเทศไทย  จะเห็นได้ว่าวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อคนและสังคมไทยอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่ายิ่งระดับความยากจนที่สูงขึ้น กระแสอิทธิพลของวัฒนธรรมต่างชาติที่ผ่านเข้ามาทางสื่อมวลชนรูปแบบต่างๆ และเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ  มีส่วนทำให้ค่านิยมและความเชื่อเบี่ยงเบนออกจากเอกลักษณ์ วัฒนธรรมที่ดีงาม มายึดติดกับกระแสนิยมและบริโภคนิยม คำนึงถึงประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนร่วม มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง เอารัดเอาเปรียบ เพื่อแสวงหาอำนาจทางการเมืองและอำนาจเงินมากขึ้น เริ่มออกห่างจากศาสนา มีความย่อนยานในศีลธรรมจริยธรรม  ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นดังกล่าวนี้ ได้ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมด้านต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหายาเสพติด ครอบครัวแตกแยก อาชญากรรม การทารุณกรรมต่อเด็ก มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น  และจากการกระจายความเจริญของรัฐทำให้สังคมชนบทเปลี่ยนแปลงเป็นสังคมเมืองมากขึ้น ความสัมพันธ์ระหว่าง บ้าน วัด โรงเรียน และชุมชน ในอดีตซึ่งมีความเข้มแข็งมากเริ่มมีช่องว่างห่างกันออกไปทุกที การศึกษาเริ่มถูกแยกออกจากบ้าน วัด และชุมชน ขาดความสัมพันธ์ซึ่งเชื่อมต่อกันอย่างดี่
การศึกษา   การจัดการศึกษาในระบบยังไม่พอเพียงแก่จำนวนประชากรวัยเรียน นอกจากนั้นความเชื่อมโยงและการเทียบโอนผลการศึกษาระหว่างการศึกษาในระบบกับการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยยังทำได้น้อย อีกทั้งยังขาดการสนับสนุนและการมีส่วนร่วมจากภาคอื่นๆ เข้ามาเสริมบริการจัดการศึกษาในรูปแบบต่างๆของระบบการศึกษาของประเทศ  คุณภาพทางการศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กระดับต่ำกว่าอุดมศึกษาไม่อยู่ระดับที่น่าพอใจ เนื่องจากผู้สำเร็จการศึกษาจำนวนมากด้อยคุณภาพและไม่มีมาตรฐานดีพอที่จะทำงานในสถานประกอบการ มาตรฐานการศึกษาของไทยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชียด้วยกันเองยังมีคุณภาพต่ำกว่าอยู่มาก ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยการผลิตที่ด้อยคุณภาพ และมีข้อบกพร่อง รวมถึงการวัดผลประเมินผลที่ไม่ได้มาตรฐาน ระดับคุณภาพและประสิทธิภาพด้านการศึกษาของไทยยังขาดมาตรฐานการประกันคุณภาพการศึกษา สถานศึกษาเมื่อผ่านการรับรองวิทยฐานะไปแล้วขาดการติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ขาดเอกภาพด้านนโยบาย ขาดเกณฑ์มาตรฐานในการรับรองคุณภาพสถานศึกษา และขาดมาตรฐานด้านคุณภาพของการศึกษา   ครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา  เป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา แต่กลับมีข้อเท็จจริงว่าครูมีปัญหาด้านคุณภาพการสอน และมีข้อจำกัดอยู่มาก ปัญหาอันเนื่องมาจากการผลิต การใช้ และการพัฒนาครู ที่ขาดประสิทธิภาพปัญหาเรื่องหนี้สินของครู ปัญหาของครูบางคนไร้ศีลธรรม จริยธรรม เล่นการพนัน และค้ายาเสพติด เป็นปัญหาเกี่ยวกับตัวครูที่มีผลต่อการศึกษาของเด็กอย่างมาก
           แนวคิดในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้  มีดังนี้
1.ยกระดับคุณภาพคนไทย เข้าสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ โดยการสร้างศักยภาพการเรียนรู้ ทักษาชีวิต สร้างภูมิคุ้มกัน สร้างจิตสาธารณะ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และให้มีสุขภาพดีทุกมิติ กล่าวคือ ใช้กระบวนการชุมชนเข้มแข็งในการเสริมสร้างสุขภาวะและพฤติกรรมสุขภาพที่ดีในทุกกลุ่มอายุ สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต สร้างกำลังคนรุ่นใหม่ให้มีสมรรถนะทางวิชาชีพและทักษะ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาประเทศ
2. เตรียมความพร้อมสังคมไทยสู่สังคมผู้สูงอายุ จำนวนประชากรผู้สูงอายุของประเทศไทย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ทั้งนี้เป็นเพราะความเจริญก้าวหน้าทางด้านการแพทย์ ดังนั้น จึงต้องร่วมกันสร้างเสริมความรับผิดชอบ การดูแลสุขภาพ สร้างหลักประกันด้านรายได้ สนับสนุนการใช้ความรู้ ประสบการณ์ และภูมิปัญญาของผู้สูงอายุให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม
3. สร้างความมั่นคงทางสังคมแก่คนไทย โดยให้ทุกคนได้รับการคุ้มครองทางสังคม มีที่พักอาศัยที่มั่นคง มีความปลอดภัยในชุมชน และสร้างหลักประกันทางสังคมให้สามารถดำรงชีวิตและทำมาหากินได้อย่างปกติสุข เน้นบทบาทครอบครัวและชุมชนเป็นพื้นฐานสำคัญ
4.รักษาคุณค่าของสังคมไทย โดยการนำทุนทางสังคมหรือสิ่งดีๆ ที่มีอยู่แล้วในสังคมมาก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรม เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนด้วยทุนทางสังคมที่มีอยู่แล้ว สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐ์กิจให้ทุนทางวัฒนธรรม ด้วยการส่งเสริมให้ภาคเอกชนนำวัฒนธรรมไทยมาเป็นปัจจัยในการผลิตสินค้าและบริการ 

2. จงอธิบายทิศทางใหม่ในการจัดการศึกษาตามแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว 15 ปี ตามที่ท่านมีภูมิรู้และเข้าใจ
ตอบ    ทิศทางแผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ.2560-2574)  รมว.ศึกษาธิการ กล่าวรายงานการจัดประชุมว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) มีภารกิจหลักในการจัดทำนโยบายและแผนการศึกษาแห่งชาติ ที่บูรณาการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม กีฬากับการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท โดยแผนการศึกษาแห่งชาติฉบับปัจจุบันจะสิ้นสุดเวลาของแผนในปี 2559 เพื่อให้ทันเวลาในการประกาศใช้แผนการศึกษาแห่งชาติฉบับต่อไปในปี 2560 สกศ.จึงได้ดำเนินการจัดทำแผนการศึกษา พ.ศ.2560-2574 ระยะเวลา 15 ปี เพื่อเป็นแผนแม่บทสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาการศึกษาในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ที่เน้นการให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดความครอบคลุมและเป็นที่ยอมรับของผู้เกี่ยวข้อง
ร่างกรอบทิศทางแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2574 ประกอบด้วยยุทธศาสตร์ 9 ด้าน คือ
1) ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการระบบข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการศึกษา
2) ยุทธศาสตร์การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระดับสถานศึกษา
3) ยุทธศาสตร์การกระจายอำนาจไปสู่สถานศึกษา
4) ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนของสังคม
5) ยุทธศาสตร์การปรับระบบและกลไกการบริหารงานบุคคล
6) ยุทธศาสตร์การปฏิรูประบบทรัพยากรและการเงินเพื่อการศึกษา
7) ยุทธศาสตร์การพัฒนาหลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนการสอน การวัดและประเมินผลผู้เรียน
8) ยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนากำลังคนเพื่อสนองตอบตลาดแรงงานและการพัฒนาประเทศ (สถาบันอาชีวศึกษา/สถาบันอุดมศึกษา)
9) ยุทธศาสตร์การพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต
จากการนำเสนอความเป็นมาในการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ จะเห็นได้ว่าทุกคนได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร แต่การพัฒนาบุคลากรนั้นยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ดังนั้น การระดมความคิดเห็นครั้งนี้ เพื่อนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประสบการณ์ของทุกท่าน ณ ที่นี้ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และจะเป็นโอกาสสำคัญในการวางรากฐานสู่อนาคตอีก 15 ปีข้างหน้า ซึ่งการเตรียมการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาบุคลากรและระบบการศึกษาของประเทศครั้งนี้ ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง ที่จะพิสูจน์ว่าประเทศจะไปตามทิศทางที่คาดหวังไว้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญในการสร้างบุคลากร ก็คือครูและผู้บริหารทุกคนที่อยู่ ณ ที่นี้ ที่จะเป็นผู้สร้างบุคลากรที่ดีให้กับประเทศ ดังนั้นครูและผู้บริหารต้องมีการเตรียมพัฒนาตนเองทั้งด้านวิชาการและความคิดที่เกิดประโยชน์กับการสร้างแผนงานต่างๆ เพื่อนำพาบุตรหลานไปสู่ความก้าวหน้าต่อไป ซึ่งตนมีความเชื่อมั่นในตัวครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ตลอดจนเชื่อมั่นต่อ สกศ. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ว่าจะสามารถระดมความคิดเห็น วางกรอบ และบรรจุนัยสำคัญไว้ในแผน พร้อมขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบสอดคล้องกับการปฏิรูปและแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีของรัฐบาล และแผนของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ทั้งในแง่ของสังคมและเศรษฐกิจด้วย จึงขอเป็นกำลังใจและขอบคุณที่จัดการประชุมระดมความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ในครั้งนี้ และมีความยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือในประเด็นต่างๆ เท่าที่จะสามารถดำเนินการให้ได้

3. ท่านคิดว่าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตที่มุ่งพัฒนาให้เกิด "การพัฒนาที่ยั่งยืนและความอยู่ดีมีสุขของคนไทย" ได้อย่างไร
ตอบ    หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตที่มุ่งพัฒนาให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนและความอยู่ดีมีสุขของคนไทย   โดยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทาง การดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทย เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่ และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนา และบริหารประเทศให้ดำเนินไปใน ทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัฒน์ ชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ควรจะเป็นโดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัยและวิกฤติ เพื่อความมั่นคงและความยั่งยืนของการพัฒนา ความพอเพียงหมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี และต้องประกอบไปด้วยสองเงื่อนไข คือ เงื่อนไขความรู้ เงื่อนไขคุณธรรม 
          เนื่องจาก  ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีคำนิยามความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย 3 คุณลักษณะ ดังนี้
ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไป และไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเอง และผู้อื่น เช่นการผลติ และการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ
ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ
การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบ และการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้ และไกล
 เงื่อนไข การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้งความรู้ และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน 2 เงื่อนไข ดังนี้
1.เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ
2. เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต
จากคำนิยามและเงื่อนไขดังกล่าว หรือเรียกว่าสามหวงสองเงื่อนไข  โดยเมื่อนำแนวทางนี้ไปใช้ในการดำรงชีวิต จะนำไปสู่การพัฒนาที่สมดุล และยั่งยืน ทำให้ชีวิตมีความพอมีพอกิน มีความอยู่ดีกินดี และมีความสุข

4. แนวนโยบายเพื่อดำเนินการพัฒนาคนตั้งแต่แรกเกิดจนตลอดชีวิตให้มีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ มีเป้าหมายและ กรอบดำเนินการอย่างไร
ตอบ     เป้าหมาย
          1.เด็กปฐมวัยอายุ 0-5  ปีทุกคน ได้รับการพัฒนาและเตรียมความพร้อมทุกด้านก่อนเข้าสู่ระบบการศึกษา
          2. เด็กทุกคนจบการศึกษาภาคบังคับ
          3. คนไทยทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานสิบสองปี
          4. มีกำลังคนด้านอาชีวศึกษาระดับต่างๆ ที่มีคุณภาพ และปริมาณเพียงพอกับความต้องการของตลาดแรงงาน และการพัฒนาประเทศ
          5. มีการพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีคุณภาพ และได้มาตรฐานในรูปแบบและวิธีการที่หลากหลาย
          6. ผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานสิบสองปีมีโอกาสได้รับการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่จัดในหลากหลายรูปแบบ
          7. มีการจัดบริการการศึกษาในรูปแบบและวิธีการต่างๆ ทั้งที่เป็นการศึกษาในระบบนอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย จากแหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่อย่างหลากหลาย เพื่อเพิ่มโอกาสและทางเลือกในการศึกษาของประชาชนทุกคน     
กรอบดำเนินการ
          1.ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนา และการเตรียมความพร้อมของเด็กปฐมวัยในรูปแบบที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความรู้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง รวมทั้งผู้ที่เตรียมตัวเป็นพ่อแม่
          2. ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาปฐมให้มีคุณภาพ ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย เพื่อพัฒนารากฐานพัฒนาการของทุกชีวิตอย่างเหมาะสม
          3. จัดบริการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งที่เป็นการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอธัยาศัย เพื่อให้บุคคลสามารถเข้าถึงบริการศึกษาที่หลากหลาย เพื่อการเรียนรู้ และการพัฒนาตนเองได้ตามความต้องการและความสนใจอย่างเหมาะสม
          4. ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ เพื่อพัฒนากำลังคนทุกระดับในภาคการผลิตต่างๆ และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ยกระดับความรู้ ความสามารถในทางวิชาชีพได้อย่างต่อเนื่อง
          5. ปรับปรุงคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้มีความหลากหลาย และให้เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ และตอบสนองความต้องการของชุมชนท้องถิ่น
          6. จัดบริการการศึกษาด้วยรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับบุคคลที่มีความสามารถพิเศษด้านต่างๆ
          7. ส่งเสริมการจัดการศึกษาเฉพาะทาง เพื่อสนองความต้องการเฉพาะโดยคำนึงถึงนโยบายและมาตรฐานการศึกษาของชาติ
          8. ส่งเสริมให้มีการจัดการศึกษาพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นที่ทางการรับรอง และการเผยแพร่ศาสนธรรมทั้งที่เป็นการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ในทุกระดับและประเภทการศึกษา
                   
5. แนวนโยบายเพื่อดำเนินการและเสริมสร้างศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน มีเป้าหมายและกรอบดำเนินการอย่างไร
ตอบ  เป้าหมาย
          1. มีการบูรณาการด้านการศึกษา ศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมทั้งในด้านเนื้อหา กระบวนการ และกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน
          2. บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน องค์กร เอกชน องค์กรวิชาชีพ  สถาบันศาสนา  สถานประกอบการ  และสถาบันสังคมอื่นทุกแห่ง ร่วมคิดและร่วมดำเนินงานเพื่อพัฒนาคนไทยทุกคนให้เป็นผู้มีศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม รวมทั้งค่านิยมเชิงสุนทรียภาพ และมีคุณลักษณะทีพุงประสงค์ตามระบบวิถีที่ดีงาม
          3. คนไทยส่วนใหญ่มีค่านิยม และพฤติกรรมที่เหมาะสมตามระบบวิถีชีวิตที่ดีงาม
          กรอบการดำเนินงาน
          1.ปฏิรูปโครงสร้างเนื้อหาของหลักสูตรในทุกระดับการศึกษา  ให้มีสาระของความรู้เกี่ยวกับความจริงของชีวิตและธรรมชาติ หลักธรรมของศาสนา คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม  อันดีงามของระบบวิถีชีวิตและเอกลักษณ์ไทย  เพื่อให้บรรลุถึงคุณลักษณะที่พึงประสงค์ต่างๆ  ทั้งด้านจิตใจ  และพฤติกรรมที่แสดงออก
          2. ส่งเสริมบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถานประกอบการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันศาสนา สถาบันวัฒนธรรม และสถาบันสังคมอื่น ให้มีส่วนร่วมอย่างสำคัญในการเสริมสร้างศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมอันดีงาม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของคนไทย  รวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์การเรียนต่างๆ
          3. บูรณาการการศึกษาและศาสนาเข้าด้วยกัน  โดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นทั้งความรู้และคุณธรรม  เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจในแก่นธรรมของแต่ละศาสนาที่ตนนับถือเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ  และสามารถใช้เป็นแนวในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติได้อย่างยั่งยืน
          4. ส่งเสริมและสนับสนุนวัฒนธรรมประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นอย่างจริงจังด้วยกระบวนการทางการศึกษาและฝึกอบรม

6.ท่านมีแนวทางในการพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ทำได้อย่างไร
ตอบ    สังคมแห่งการเรียนรู้เป็นสังคมแห่งภูมิปัญญา  ตระหนักถึงความสำคัญ  ความจำเป็นของการเรียนรู้ที่ทุกคนและทุกส่วนในสังคมมีความใฝ่รู้และพร้อมที่จะเรียนรู้อยู่เสมอ  การเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นและมีความต่อเนื่องเป็นปกติวิสัยในชีวิตประจำวันของคนทุกคน  ไปจนตลอดการสิ้นอายุขัย  เป็นการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นได้ในทุกเวลา  ทุกสถานที่  ของคนทุกคนในทุกสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
แนวทางในการพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้
-  พัฒนารูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย
พัฒนาบุคคล   องค์กร  ผู้ดำเนินงานในการจัดการความรู้
พัฒนากลไก กระบวนการถ่ายทอดความรู้
การสร้างบรรยากาศเพื่อเอื้อต่อการเรียนรู้
มีการบูรณาการใช้ความรู้เป็นฐานในการแก้ปัญหาและการพัฒนาที่เหมาะสมกับสภาพของชุมชน
มีการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดเก็บและค้นคว้าองค์ความรู้ได้อย่างรวดเร็ว
มีการสร้างสรรองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกและบริบทของสังคมไทย
มีการสร้างองค์ความรู้หรือเนื้อหาการเรียนรู้ที่สอดคล้องเหมาะสมกับศักยภาพและความต้องการการเรียนรู้ของบุคคลกลุ่มหรือชุมชน
มีแหล่งเรียนรู้อย่างเพียงพอ หลากหลาย ทั่วถึง
มีระบบข้อมูล สารสนเทศ แหล่งการเรียนรู้ทุกประเภท
มีการพัฒนาทรัพยากรการเรียนรู้ที่มีอยู่ในสังคมให้เป็นแหล่งการเรียนรู้   

7. การพัฒนาสภาพแวดล้อมเพื่อเป็นฐานในการพัฒนาคน ท่านเข้าใจว่าอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ    การพัฒนาสภาพแวดล้อมเพื่อเป็นฐานในการพัฒนาคน  เป็นการพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้เป็นสิ่งแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ เรียนรู้ได้ทุกที ทุกเวลา  เช่น มีแหล่งเรียนรู้อย่างเพียงพอ หลากหลาย ทั่วถึง
มีระบบข้อมูล สารสนเทศ แหล่งการเรียนรู้ทุกประเภท   มีการจัดระบบเครือข่ายเชื่อมโยงแหล่งการเรียนรู้
มีการพัฒนาทรัพยากรการเรียนรู้ที่มีอยู่ในสังคมให้เป็นแหล่งการเรียนรู้

8.การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาและการพัฒนาประเทศมีเป้าหมายและกรอบการดำเนินการอย่างไร
ตอบ   เป้าหมาย
          1.มีการใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพของการศึกษาอย่างทั่วถึงและทัดเทียมกันทุกเขตพื้นที่การศึกษาที่มีความเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายอย่างมีระบบ
          2.ประชาชนทุกคนเห็นความสำคัญและประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาและสามารถใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในการเพิ่มพูนความรู้อย่างต่อเนื่อง  เพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพ  และดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขตามสมควร
          กรอบดำเนินงาน
          1. ส่งเสริมหน่วยงานทุกระดับและสถานศึกษาทุกแห่งให้มีระบบฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงและสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้
          2. ใช้เทคโนโลยีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มคุณภาพของการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ
          3. ส่งเสริมและสนับสนุนผู้ใช้และผู้ผลิตเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาให้มีจิตสำนึก มีจรรยาบรรณ มีความรับผิดชอบต่อสังคม และผลิตสื่อเพื่อการศึกษาที่มีคุณภาพ
          4. พัฒนาผู้รับและผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาให้มีความสามรถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง สามารถเลือกสรร กลั่นกรอง และใช้ข้อมูลข่าวสารจากสื่อต่างๆ

9.แนวทางการบริหารเพื่อนำสู่แผนการปฏิบัติ มีอะไรบ้าง
ตอบ    1. ระดมสรรพกำลังของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเปิดให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมทุกกระบวนการมีการเปลี่ยนแปลงแผนสู่การปฏิบัติทุกขั้นตอน โดยให้มีการเรียนรู้แผนและบรูณาการกระบวนความคิดเพื่อจัดทำกรอบของแผนร่วมกัน
2. สร้างกรอบแนวคิดและหลักการในการจัดทำแผนพัฒนาและแผนปฏิบัติการของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติ และสอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของประชาชน โดยเปิดโอกาสให้มีการดำเนินการเพื่อทำข้อตกลงร่วมกันของบุคคล/องค์กรที่เกี่ยวข้อง
3. จัดทำกรอบและหลักเกณฑ์การแปลงแผนสู่การปฏิบัติ เพื่อให้แผนงาน แผนเงิน และแผนคน สอดคล้องกับยุทธ์ศาสตร์และแนวทางทางการดำเนินงานที่กำหนดไว้ในแผนการศึกษาแห่งชาติ
4. ระบุองค์ที่รับผิดชอบในการทำแผนพัฒนาและแผนปฏิบัติการเฉพาะด้านตามภาระงานที่รับผิดชอบและนำไปสู่แผนการปฏิบัติ

10. การประเมินผลแผนการศึกษาแห่งชาติ มีขั้นตอน และกระบวนการประเมินอย่างไร
ตอบ     ขั้นตอนและกรบวนการประเมินผลแผนการศึกษาแห่งชาติ
1. การประเมินผลขั้นเตรียมความพร้อม
2. ประเมินกระบวนการปฏิบัติของแผน
3. ประเมินผลผลิต ผลลัพธ์ และผลประโยชน์ของแผนที่ส่งไปยังกลุ่มเป้าหมาย
           4. ให้องค์กรกลางเป็นผู้ทำการประเมินโดยตรง โดยประชาชน ประชาคม และบุคลากรภายนอกองค์กรเป็นผู้ให้ข้อมูลการประเมิน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น